เพื่อนสนิทขอให้คุณช่วยเซ็นชื่อค้ำประกันกู้เงินซื้อรถ บอกว่าแค่ "ช่วยเป็นหลักฐาน" เขาจะผ่อนเองทุกบาท สองปีต่อมา เขาหยุดผ่อน และธนาคารโทรหาคุณ

นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ — มันเกิดขึ้นกับผู้ค้ำประกันทั่วประเทศทุกปี และหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไร หรือจะทำอะไรได้บ้าง

บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้ ก่อนที่ปากกาจะแตะกระดาษ

⚠️ สำคัญ: การค้ำประกันไม่ใช่แค่ "รับรอง" ตัวลูกหนี้ แต่คุณ "รับผิดชอบ" แทนเขาด้วยทรัพย์สินทุกอย่างที่คุณมี หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้


ค้ำประกันคืออะไร — และแตกต่างจากจำนองหรือจำนำอย่างไร

ค้ำประกัน (Personal Guarantee)

ค้ำประกันคือการที่บุคคลหนึ่ง (ผู้ค้ำประกัน) ตกลงรับผิดชอบชำระหนี้แทนลูกหนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 680

พูดง่าย ๆ คือ คุณไม่ได้แค่ "รับรอง" ตัวลูกหนี้ แต่คุณ "รับผิดชอบ" แทนเขาด้วย หากสิ่งที่ตกลงไว้ไม่เป็นไปตามแผน

ความแตกต่างที่สำคัญ

ประเภท ใช้อะไรเป็นหลักประกัน ผู้ที่รับผิด
ค้ำประกัน ตัวบุคคล (ผู้ค้ำ) ผู้ค้ำประกันใช้ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดชดใช้
จำนอง อสังหาริมทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน) เจ้าหนี้บังคับคดีกับทรัพย์ที่จำนองเท่านั้น
จำนำ สังหาริมทรัพย์ (ของมีค่า ยานพาหนะ) เจ้าหนี้บังคับคดีกับของที่จำนำเท่านั้น

💡 ข้อควรรู้: ในการค้ำประกัน ทรัพย์สินทุกอย่างของคุณ — บ้าน รถ เงินในบัญชี — อาจถูกบังคับชำระได้ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ระบุไว้ในสัญญา


ความเสี่ยง 4 ข้อที่ผู้ค้ำประกันต้องรู้

1
คุณรับผิดเต็มจำนวนหนี้ หากลูกหนี้ไม่จ่าย เจ้าหนี้มีสิทธิ์เรียกร้องจากคุณเต็มวงเงิน รวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
2
ดอกเบี้ยสะสมตลอดเวลา หากลูกหนี้ค้างชำระหลายปีก่อนจะมาฟ้องคุณ ยอดหนี้ที่คุณต้องจ่ายอาจสูงกว่าที่คิดมาก
3
กระทบเครดิตของคุณ การเป็นผู้ค้ำประกันอาจถูกบันทึกในเครดิตบูโร ซึ่งส่งผลต่อการขอสินเชื่อของคุณเองในอนาคต
4
ฟ้องร้องและบังคับคดีได้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดและเจ้าหนี้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คุณอาจถูกฟ้องและถูกยึดทรัพย์ได้

สิทธิ์ที่ผู้ค้ำประกันมีตามกฎหมาย

กฎหมายไทยไม่ได้ทอดทิ้งผู้ค้ำประกัน โดยเฉพาะหลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ที่เพิ่มการคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างมีนัยสำคัญ

สิทธิ์ที่ 1: ขอให้เรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 688 ผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์ขอให้เจ้าหนี้ไปเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ก่อน เรียกว่า "สิทธิขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน" (Benefit of Discussion)

อธิบายง่าย ๆ คือ ถ้าธนาคารโทรมาทวงคุณ คุณสามารถบอกว่า "กรุณาไปเรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน" ได้ แต่ต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งทรัพย์สินของลูกหนี้ที่พอจะชำระได้ด้วย

⚠️ อย่างไรก็ตาม: สิทธิ์นี้ใช้ไม่ได้หากผู้ค้ำประกันสละสิทธิ์ไว้ในสัญญา ซึ่งพบบ่อยในสัญญาค้ำประกันของสถาบันการเงิน ดังนั้นอ่านสัญญาให้ถี่ถ้วนก่อนเซ็น

สิทธิ์ที่ 2: ยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ได้

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 694 ผู้ค้ำประกันสามารถยกข้อต่อสู้ที่ลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้มาใช้ได้ เช่น หากหนี้นั้นขาดอายุความ หรือเจ้าหนี้ผิดสัญญาเสียเอง

สิทธิ์ที่ 3: ไล่เบี้ยลูกหนี้หลังจ่ายแทน

หากคุณจ่ายหนี้แทนลูกหนี้ไปแล้ว คุณมีสิทธิ์เรียกเงินคืนจากลูกหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 693 พร้อมดอกเบี้ยนับจากวันที่จ่ายไป

สิทธิ์ที่ 4: สิทธิ์ตามกฎหมายปี 2557

หลังการแก้ไขกฎหมายปี 2557 ผู้ค้ำประกันที่เป็น "บุคคลธรรมดา" (ไม่ใช่นิติบุคคล) ได้รับการคุ้มครองเพิ่ม เช่น:

  • เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือเมื่อลูกหนี้ผิดนัด ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ผิดนัด (มาตรา 686)
  • เจ้าหนี้ไม่อาจตกลงกับลูกหนี้ในลักษณะที่เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกัน โดยที่ผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด — เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำได้เมื่อไหร่

เจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องผู้ค้ำประกันได้ทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัด กฎหมายกำหนดขั้นตอนไว้ดังนี้:

1
ลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือภายใน 60 วัน
2
ผู้ค้ำประกันใช้สิทธิ์ขอให้เรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน เจ้าหนี้ต้องดำเนินการกับลูกหนี้ก่อน เว้นแต่ผู้ค้ำสละสิทธิ์นี้ในสัญญา
3
เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันได้ หากลูกหนี้ยังไม่จ่ายและดำเนินการครบถ้วนแล้ว เจ้าหนี้จึงมีสิทธิ์ฟ้องผู้ค้ำประกันได้

📌 อายุความ: สิทธิ์เรียกร้องจากผู้ค้ำประกันมีอายุความ 10 ปี สำหรับหนี้ตามสัญญาทั่วไป (ป.พ.พ. มาตรา 193/30) แต่อาจสั้นกว่านั้นขึ้นกับประเภทหนี้


ก่อนเซ็นค้ำประกัน — สิ่งที่ควรทำ

✅ ควรทำ
  • อ่านสัญญาให้ครบ โดยเฉพาะข้อสละสิทธิ์
  • รู้ว่าวงเงินค้ำประกันเท่าไหร่
  • ประเมินฐานะการเงินของลูกหนี้จริง ๆ
  • ขอสำเนาสัญญาเก็บไว้
  • ปรึกษาทนายก่อนถ้าไม่แน่ใจ
❌ ควรระวัง
  • สัญญาที่ค้ำประกัน "ไม่จำกัดวงเงิน" อันตรายมาก
  • อย่าเซ็นโดยไม่อ่านเพียงเพราะไว้ใจคนขอ
  • อย่ามองข้ามข้อที่ระบุว่าสละสิทธิ์ขอให้เรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน
  • อย่าละเลยหมายศาลหากถูกฟ้อง

💡 ค่าปรึกษาทนายครั้งเดียว อาจช่วยคุณหลีกเลี่ยงปัญหาระยะยาวได้ โดยเฉพาะก่อนเซ็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางการเงินขนาดใหญ่


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าลูกหนี้เสียชีวิต ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิดไหม?

ใช่ ความรับผิดของผู้ค้ำประกันไม่ได้สิ้นสุดเพียงเพราะลูกหนี้เสียชีวิต เจ้าหนี้ยังมีสิทธิ์เรียกเก็บจากกองมรดกของลูกหนี้ก่อน แต่หากกองมรดกไม่พอ เจ้าหนี้อาจมาเรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ค้ำประกันไปแล้วจะถอนตัวได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่สามารถถอนตัวได้ฝ่ายเดียว เพราะสัญญาค้ำประกันผูกพันสามฝ่าย อย่างไรก็ตาม หากสัญญาค้ำประกันไม่ได้ระบุขอบเขตไว้ชัดเจน หรือมีลักษณะเป็นสัญญาค้ำประกันเพื่อกิจการในอนาคต ผู้ค้ำประกันอาจบอกเลิกได้โดยแจ้งล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 699 ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ควรปรึกษาทนาย

ถูกฟ้องแล้วทำอะไรได้บ้าง?

อย่ามองข้ามหมายศาล ให้รีบดำเนินการภายในกำหนด สิ่งที่ทำได้คือ (1) ตรวจสอบว่าเจ้าหนี้แจ้งผิดนัดครบขั้นตอนหรือไม่ (2) ตรวจสอบอายุความ (3) ยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้มาใช้ (4) ยื่นคำให้การต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา การมีทนายช่วยในขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะกระบวนการศาลมีระยะเวลาที่เข้มงวด

ค้ำประกันร่วมกับคนอื่น แต่ละคนรับผิดเท่าไหร่?

หากไม่มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ค้ำประกันหลายคนรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งหมด เจ้าหนี้สามารถเรียกเก็บจากคนใดคนหนึ่งเต็มจำนวนก็ได้ แล้วค่อยให้คนนั้นไปไล่เบี้ยคนอื่น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 682

สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือไหม?

ใช่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 วรรคสอง สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้


📋 คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่สนับสนุนเนื้อหาในบทความนี้ — ดูคลังฎีกาทั้งหมด →

ฎีกาที่ประเด็นสาระสำคัญกฎหมาย
4479/2561สัญญาค้ำประกันที่มีเงื่อนไข — ไม่สมบูรณ์สัญญาที่ผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะ "เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ" และมีเงื่อนไขที่ทำให้ความรับผิดไม่แน่นอน ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาค้ำประกันที่สมบูรณ์ตามกฎหมายป.พ.พ. มาตรา 680
8136/2542เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันได้ทันทีเมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้มีอำนาจฟ้องผู้ค้ำประกันได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียกให้ลูกหนี้ชำระก่อน เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะยกข้อต่อสู้ตามสิทธิของตนป.พ.พ. มาตรา 686, 688, 689

📌 ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก deka.supremecourt.or.th


ต้องการคำแนะนำที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ?

ค้นหาทนายคดีแพ่งใกล้บ้าน เปรียบเทียบโปรไฟล์ ดูรีวิวจากลูกความจริง และนัดปรึกษาออนไลน์ได้ทันที

ค้นหาทนายคดีแพ่งใกล้บ้าน ➜

⚖️ คำสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของท่าน กฎหมายอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับกรณีของตนเอง

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 | อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680–700, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557