รับสายไม่รู้จักแล้วได้ยินว่า "มีคนแจ้งความคุณ" — หลายคนเล่าว่าช่วงเวลานั้นรู้สึกเหมือนพื้นดินสั่น ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ตื่นตกใจจนลืมถามด้วยซ้ำว่าเรื่องอะไร

ความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องปกติ — แต่สิ่งที่ทำหลังจากนั้นสำคัญมาก

กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทยมีขั้นตอนที่ชัดเจน และกฎหมายให้สิทธิ์คุณไว้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่ตอนขึ้นศาล บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และควรทำอะไรก่อน


โดนแจ้งความ — เกิดอะไรขึ้นจริงๆ?

แจ้งความ vs ถูกจับกุม vs ถูกฟ้อง — ต่างกันอย่างไร

สามคำนี้คนมักใช้สับสนกัน แต่ในกระบวนการกฎหมายมีความหมายต่างกันชัดเจน

1
การแจ้งความ คือการที่ผู้เสียหาย (หรือบุคคลอื่น) ไปบอกความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคุณ ณ จุดนี้คุณยังไม่ได้เป็น "ผู้ต้องหา" อย่างเป็นทางการ
2
การถูกจับกุม เกิดขึ้นเมื่อพนักงานสอบสวนมีหมายจับหรือมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะออกหมายเรียกให้มาพบก่อนในคดีทั่วไป
3
การถูกฟ้อง เกิดขึ้นในชั้นหลังสุด เมื่ออัยการสั่งฟ้องและยื่นฟ้องต่อศาล

📌 สรุปง่ายๆ: คนที่โดนแจ้งความส่วนใหญ่จะได้รับ "หมายเรียก" ให้ไปพบพนักงานสอบสวน — ไม่ใช่ถูกจับทันที


สิทธิ์ของคุณในฐานะผู้ต้องหา — กฎหมายรับรองไว้

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรรู้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) ให้สิทธิ์ผู้ต้องหาไว้ดังนี้

1
สิทธิ์รับทราบข้อกล่าวหา ก่อนการสอบสวน พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้คุณทราบว่าถูกกล่าวหาว่าทำอะไร และมีสิทธิ์อะไรบ้าง ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 134
2
สิทธิ์มีทนายความ คุณมีสิทธิ์พบและปรึกษาทนายความก่อนการสอบสวน และมีทนายอยู่ด้วยระหว่างให้การ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 134/1 หากคุณไม่มีทนาย รัฐต้องจัดหาทนายให้ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก
3
สิทธิ์ไม่ให้การ คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธการให้การ หรือให้การเฉพาะบางส่วนก็ได้ คำให้การของคุณจะถูกบันทึกและอาจถูกใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 134/4
4
สิทธิ์ได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ห้ามใช้วิธีการข่มขู่ ทรมาน หรือบีบบังคับให้ให้การ ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29

ขั้นตอนคดีอาญาไทย — ตำรวจ อัยการ ศาล

ชั้นตำรวจ (ชั้นสอบสวน)

เมื่อมีการแจ้งความ พนักงานสอบสวนจะออก หมายเรียก ให้คุณไปพบในวันและเวลาที่กำหนด คุณมีหน้าที่ไปตามหมายเรียก และมีสิทธิ์นำทนายความไปด้วย

พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนผู้เสียหาย พยาน และผู้ต้องหา จากนั้นสรุปสำนวนส่งอัยการ

ชั้นอัยการ

อัยการจะพิจารณาสำนวนและมีสองทางเลือก:

คำสั่งอัยการ ความหมาย
สั่งฟ้องยื่นฟ้องคุณต่อศาล คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
สั่งไม่ฟ้องพยานหลักฐานไม่เพียงพอ หรือการกระทำไม่เป็นความผิด (ผู้เสียหายอาจอุทธรณ์ได้)

ชั้นศาล

หากอัยการสั่งฟ้อง คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งคุณมีสิทธิ์ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ นำพยานมาสืบ และซักถามพยานฝ่ายโจทก์ได้

💡 หลักการสำคัญ: ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คุณถือว่า "บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิด" — ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับโจทก์และอัยการ ไม่ใช่ตัวคุณ


การขอประกันตัว — หลักประกันและวิธีการ

หากถูกควบคุมตัวหรือถูกฝากขัง คุณมีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัวได้ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 107

หลักประกันที่ใช้ได้

1
เงินสด ยื่นเงินสดเป็นหลักประกันตามวงเงินที่ศาลกำหนด วงเงินขึ้นอยู่กับความหนักเบาของคดี
2
หลักทรัพย์ (โฉนดที่ดิน) นำโฉนดที่ดินมาวางเป็นหลักประกัน โดยมูลค่าต้องเป็นไปตามที่ศาลพิจารณา
3
บุคคลค้ำประกัน ในบางคดี ศาลอาจอนุญาตให้ใช้บุคคลที่น่าเชื่อถือมาค้ำประกันแทนทรัพย์สิน
4
กองทุนยุติธรรม สำหรับผู้ที่ไม่มีทรัพย์สิน อาจยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 เพื่อขอวงเงินประกันตัวได้

⚠️ ศาลอาจไม่ให้ประกันตัวหากเชื่อว่าจะหลบหนี หรือคดีมีอัตราโทษสูงมาก การมีทนายความช่วยยื่นคำร้องประกันตัวจะช่วยให้กระบวนการยื่นคำร้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอน


สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อโดนแจ้งความ

✅ ควรทำ
  • รับหมายเรียกและไปตามนัด — การหลบหนีหรือเพิกเฉยต่อหมายเรียกอาจทำให้ศาลออกหมายจับได้
  • ติดต่อทนายความทันที — ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะทนายจะช่วยเตรียมตัวก่อนการสอบสวน
  • รวบรวมหลักฐานที่เป็นประโยชน์ — ข้อความ อีเมล รูปภาพ พยานบุคคล เก็บไว้ให้ครบ
  • จดบันทึกทุกอย่าง — วันเวลาที่รับหมาย ชื่อเจ้าหน้าที่ สิ่งที่ถูกแจ้ง
  • ปรึกษาก่อนให้การ — คุณมีสิทธิ์ขอเวลาปรึกษาทนายก่อนตอบคำถามใดๆ
❌ ไม่ควรทำ
  • อย่าตื่นตระหนกจนโพสต์เรื่องในโซเชียล — ข้อความในโลกออนไลน์อาจถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้
  • อย่าพยายามพูดคุยหรือต่อรองกับผู้เสียหายคนเดียวโดยไม่มีทนาย — อาจถูกตีความผิดได้
  • อย่าทำลายหรือซ่อนหลักฐาน — นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้สถานการณ์แย่ลง
  • อย่ายอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหาทันทีก่อนเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าไม่ได้ทำผิดจริง ต้องทำอะไร?

ยิ่งต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเองอย่างเต็มที่ ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่ขอปรึกษาทนายก่อนให้การ รวบรวมหลักฐานที่ยืนยันตัวเองไว้ให้ครบ และให้ทนายช่วยวางกลยุทธ์ในการต่อสู้คดี

ต้องจ้างทนายไหม?

ไม่ได้บังคับทางกฎหมาย แต่ในคดีอาญาซึ่งมีความเสี่ยงต่อเสรีภาพและประวัติของคุณ การมีทนายที่รู้กระบวนการช่วยได้มากทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล หากไม่มีทุน ศาลมีหน้าที่จัดหาทนายให้ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก

คดีอาญาใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและภาระงานของแต่ละหน่วยงาน คดีทั่วไปในชั้นสอบสวนอาจใช้เวลาหลายเดือน และหากขึ้นศาลอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1 ปีจนถึงหลายปี การมีทนายช่วยติดตามความคืบหน้าทำให้กระบวนการเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

ถ้าอีกฝ่ายแจ้งความเท็จ ทำอะไรได้บ้าง?

หากมีหลักฐานชัดเจนว่าอีกฝ่ายแจ้งความโดยรู้ว่าเป็นเท็จ คุณอาจดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ได้ แต่ต้องมีหลักฐานสนับสนุน ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

โดนแจ้งความแล้วจะถูกไล่ออกจากงานได้ไหม?

การถูกแจ้งความในชั้นสอบสวนยังไม่ถือเป็นการกระทำผิดทางกฎหมาย นายจ้างไม่ควรลงโทษเพียงเพราะถูกกล่าวหา อย่างไรก็ดีแต่ละกรณีมีรายละเอียดต่างกัน การปรึกษาทนายด้านแรงงานควบคู่ไปด้วยจะช่วยได้


📋 คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

กำลังรวบรวมคำพิพากษาฎีกาด้านอาญา — จะเพิ่มในการอัปเดตครั้งถัดไป ดูคลังฎีกาทั้งหมด →


คุณมีสิทธิ์ได้รับการปกป้องตามกฎหมาย

การโดนแจ้งความไม่ได้หมายความว่าคุณผิด ค้นหาทนายคดีอาญาใกล้บ้าน เปรียบเทียบโปรไฟล์ และนัดปรึกษาได้ทันที

ค้นหาทนายคดีอาญาใกล้บ้าน ➜

⚖️ คำสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของท่าน กฎหมายอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับกรณีของตนเอง

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 | อ้างอิง: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา), รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558