โอนเงินไปแล้ว ของไม่มา เปิดร้านก็หาย — หรือจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาครึ่งราคา งานเสร็จแค่ 20% แล้วก็หายตัวไปเฉยๆ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และที่สำคัญกว่านั้น คุณมีสิทธิ์เรียกร้องตามกฎหมาย

บทความนี้จะพาคุณรู้จักสิทธิ์ที่มี ช่องทางที่ใช้ได้จริง และขั้นตอนที่ทำได้ทันที


ปัญหาผู้บริโภคที่พบบ่อยที่สุด

1. สั่งของออนไลน์แล้วถูกโกง — ไม่ได้ของ หรือของไม่ตรงปก

ปัญหาคลาสสิกของยุค e-commerce โอนเงินแล้วเงียบ หรือได้รับสินค้าที่แตกต่างจากที่โฆษณาอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองกรณีนี้ถือว่าผู้ขายละเมิดสัญญาซื้อขาย และอาจผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ในส่วนของการโฆษณาอันเป็นเท็จหรือเกินจริง (หมวด 3 ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณา มาตรา 22 ถึงมาตรา 30)

2. ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางคัน

จ่ายมัดจำไปแล้ว ผู้รับเหมาหายหัว ทิ้งงานค้างกลางบ้าน หรือทำงานได้ห่วยจนรับไม่ได้ นี่คือการผิดสัญญาจ้างทำของ ซึ่งคุณสามารถฟ้องเรียกคืนเงินและค่าเสียหายได้

3. บริการไม่ได้มาตรฐาน

ซ่อมรถแล้วรถพังกว่าเดิม ทำผมแล้วได้ทรงที่ไม่ได้สั่ง คลินิกความงามให้ยาที่ไม่เหมาะสม — ผู้ให้บริการมีหน้าที่ให้บริการที่ได้มาตรฐานและตรงกับที่ตกลงไว้ หากไม่ทำตาม ถือว่าผิดสัญญาและอาจรับผิดทางแพ่ง


สิทธิ์ของคุณตามกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดสิทธิ์พื้นฐานของผู้บริโภคไว้ ได้แก่

  • สิทธิ์ได้รับความปลอดภัย — สินค้าและบริการต้องไม่เป็นอันตราย
  • สิทธิ์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง — ข้อมูลสินค้าต้องไม่ทำให้เข้าใจผิด
  • สิทธิ์เลือกซื้อสินค้าโดยอิสระ — ไม่ถูกบังคับหรือหลอกลวง
  • สิทธิ์ได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย — เมื่อเกิดปัญหา มีกระบวนการให้ร้องเรียน

📌 กฎหมายนี้ใช้บังคับกับทั้งร้านค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการ และผู้รับเหมา ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย


ช่องทางร้องเรียนที่ใช้ได้จริง

1
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ช่องทางหลักสำหรับปัญหาผู้บริโภคทุกประเภท ยื่นเรื่องได้ทั้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ สคบ. (ocpb.go.th) โทรสายด่วน 1166 หรือยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน สคบ. สามารถไกล่เกลี่ยและมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบการชดเชยได้ เหมาะกับ: สินค้าไม่ตรงปก โฆษณาหลอกลวง บริการไม่ได้มาตรฐาน
2
ศาลผู้บริโภค (ศาลแพ่งแผนกคดีผู้บริโภค) หากไกล่เกลี่ยกับผู้ขายหรือผ่าน สคบ. แล้วไม่สำเร็จ สามารถฟ้องต่อศาลผู้บริโภคได้โดยตรง ไม่เสียค่าธรรมเนียมศาลในคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และกระบวนการรวดเร็วกว่าคดีทั่วไป ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 เหมาะกับ: ทุกกรณีที่ต้องการเรียกเงินคืนหรือค่าเสียหาย
3
แจ้งความตำรวจ (กรณีฉ้อโกง) หากเข้าข่ายฉ้อโกง เช่น ตั้งใจหลอกตั้งแต่ต้น รับเงินแล้วหนี ไม่มีสินค้าจริงตั้งแต่แรก — แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่หรือ บก.ปอท. สำหรับกรณีออนไลน์ ความผิดฐานฉ้อโกงมีโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เหมาะกับ: โกงออนไลน์ชัดเจน รับเงินแล้วหายตัว
4
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หากผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล สามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทได้ที่ dbd.go.th และแจ้งเรื่องหากพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ก่อนร้องเรียน รวบรวมหลักฐานให้ครบ:

✅ หลักฐานที่ต้องเก็บ
  • สลิปโอน ใบเสร็จ statement บัญชี
  • สกรีนช็อต แชท อีเมล ใบสั่งซื้อ
  • รูปสินค้าจากร้าน คำบรรยายที่โฆษณาไว้
  • รูปสินค้าที่ได้รับจริง / รูปงานที่ไม่แล้วเสร็จ
  • บันทึกการทวงถาม การปฏิเสธของผู้ขาย
  • ชื่อร้าน เลขบัญชี เบอร์โทร ลิงก์โซเชียล
❌ อย่าทำก่อนคดีจบ
  • ลบแชทหรือข้อความใดๆ กับผู้ขาย
  • ลบโพสต์โฆษณาของร้านที่บันทึกไว้
  • ยอมรับเงินคืนบางส่วนโดยไม่ปรึกษาทนาย
  • เซ็นเอกสารสละสิทธิ์โดยไม่อ่านให้ครบ

💡 เคล็ดลับ: อย่าลบแชทหรือโพสต์ใดๆ ก่อนที่คดีจะจบ แม้รู้สึกว่าข้อความนั้นไม่สำคัญ เพราะหลักฐานดิจิทัลทุกชิ้นมีคุณค่าในชั้นศาล


ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ช่องทาง ระยะเวลาโดยประมาณ ค่าใช้จ่าย
ร้องเรียน สคบ. (ไกล่เกลี่ย)30–90 วันฟรี
ฟ้องศาลผู้บริโภคหลายเดือน–กว่า 1 ปีฟรีค่าธรรมเนียมศาล*
แจ้งความตำรวจขึ้นกับดุลยพินิจ DSI/ตำรวจฟรี

⚠️ *ค่าใช้จ่ายส่วนที่อาจเกิดขึ้นคือค่าทนายความ หากเลือกใช้บริการ ซึ่งแต่ละกรณีมีความแตกต่างกัน ระยะเวลาที่แสดงเป็นเพียงการประมาณการทั่วไป ไม่มีการรับประกันผลหรือระยะเวลาที่แน่นอน

📌 อายุความ: คดีผู้บริโภคทั่วไปมีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่รู้ถึงการละเมิด และไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่ละเมิดเกิดขึ้น อย่ารอช้าโดยไม่จำเป็น


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าร้านออนไลน์อยู่ต่างประเทศ ยังร้องเรียนได้ไหม?

ยากขึ้นมาก แต่ยังมีทางออก หากชำระผ่านบัตรเครดิต สามารถขอ Chargeback กับธนาคารได้ภายใน 120 วัน หากผู้ขายมีตัวแทนหรือคลังสินค้าในไทย สคบ. อาจมีอำนาจดำเนินการได้บางส่วน ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินทางเลือก

ซื้อผ่าน Facebook หรือ TikTok Shop ได้รับความคุ้มครองไหม?

ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เช่นเดียวกับการซื้อทั่วไป แพลตฟอร์มอาจมีนโยบายคุ้มครองของตัวเอง เช่น การคืนสินค้าหรือขอเงินคืนผ่านระบบ ลองใช้ช่องทางนั้นก่อน พร้อมกับเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้

ผู้รับเหมาไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ยังฟ้องได้ไหม?

ได้ แต่ยากขึ้น สัญญาปากเปล่ามีผลทางกฎหมาย แต่พิสูจน์ยากกว่า การมีแชทที่ตกลงรายละเอียด สลิปโอนเงิน หรือพยานบุคคล ช่วยเสริมน้ำหนักได้มาก

ทนายความช่วยได้อะไรในเรื่องนี้?

ทนายช่วยได้หลายทาง ตั้งแต่ประเมินว่าคดีของคุณเข้าข่ายอะไร เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เขียนหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการ (ซึ่งบางครั้งทำให้อีกฝ่ายยอมตกลงโดยไม่ต้องฟ้อง) และดูแลกระบวนการในศาลให้ถูกต้องตามขั้นตอน

ถ้าได้เงินคืนบางส่วนแล้ว ยังฟ้องค่าเสียหายเพิ่มได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับว่าตอนรับเงินคืนได้เซ็นเอกสารสละสิทธิ์ไว้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เซ็น และยังมีความเสียหายที่ยังไม่ได้รับการชดเชย อาจฟ้องส่วนที่เหลือได้ ควรปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจรับเงินบางส่วน


📋 คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่สนับสนุนเนื้อหาในบทความนี้ — ดูคลังฎีกาทั้งหมด →

ฎีกาที่ประเด็นสาระสำคัญกฎหมาย
1808/2561ผู้ประกอบการปิดบังข้อเท็จจริง — โฆษณาไม่เป็นธรรมการที่ผู้ประกอบการปิดบังข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับทรัพย์/สินค้า ถือเป็นการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ผู้บริโภคเรียกร้องค่าเสียหายได้พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 22, 41
1625/2563มาตรฐานสุจริตของผู้ประกอบธุรกิจผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อผู้บริโภคด้วยมาตรฐานความสุจริตที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป การใช้สิทธิต่ำกว่ามาตรฐานนี้ก่อให้เกิดความรับผิดต่อผู้บริโภคพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551

📌 ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก deka.supremecourt.or.th


อย่าปล่อยให้เรื่องนี้หมดอายุความ

กฎหมายไทยมีช่องทางให้ผู้บริโภคมากกว่าที่หลายคนคิด ค้นหาทนายผู้บริโภคใกล้บ้าน เปรียบเทียบโปรไฟล์ และนัดปรึกษาออนไลน์ได้ทันที

ค้นหาทนายผู้บริโภคใกล้บ้าน ➜

⚖️ คำสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะของท่าน กฎหมายอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับกรณีของตนเอง

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 | อ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341